KMITL Innovation Expo 2025 Logo

การพัฒนาการรู้จำท่าทางมือสำหรับควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

รายละเอียด

การดำเนินการวิจัยนี้จะเริ่มจากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาเทคโนโลยีและวิธีการที่มีอยู่ในปัจจุบันสำหรับการรู้จำท่าทางมือและการประยุกต์ใช้ในการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โดรน หุ่นยนต์ หรือการเล่นเกม ฯลฯ เป็นต้น จากนั้นจะทำการออกแบบและพัฒนาระบบการรู้จำท่าทางมือโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการประมวลผลภาพ โดยเน้นการพัฒนาอัลกอริทึมที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เหมาะสมกับการควบคุมแบบเรียลไทม์ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะถูกทดสอบและปรับปรุงโดยใช้สถานการณ์จำลองต่าง ๆ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความแม่นยำในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) ที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม รวมถึงการทำวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ทั้งมือใหม่และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ในท้ายที่สุด ผลการวิจัยนี้จะนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบระบบควบคุมด้วยการรู้จำท่าทางมือที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมและการบันเทิง อันจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอนาคต

วัตถุประสงค์

ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีโดรน หุ่นยนต์ และเกมดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพารีโมทคอนโทรล จอยสติก หรืออุปกรณ์ควบคุมเฉพาะทาง ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในด้านความยืดหยุ่น ความเป็นธรรมชาติในการใช้งาน และการเข้าถึงสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม เช่น ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ในสถานการณ์ที่ต้องการความคล่องตัวสูง เช่น การควบคุมโดรนในพื้นที่จำกัด หรือการเล่นเกมที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว การใช้อุปกรณ์ควบคุมแบบดั้งเดิมอาจเป็นข้อจำกัดในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือประสบการณ์การเล่นเกม การพัฒนาเทคโนโลยีการรู้จำท่าทางมือ (Hand Gesture Recognition) จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพอย่างสูงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมโดรน หุ่นยนต์ หรือเล่นเกม ฯลฯ เป็นต้น ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพียงแค่ใช้ท่าทางมือที่กำหนดไว้ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการควบคุมแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับผู้ใช้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการพัฒนารูปแบบการควบคุมและการเล่นเกมแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

นวัตกรรมอื่น ๆ

พื้นที่เรียนรู้นวัตกรรมการปลูกพืชในเมือง

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

พื้นที่เรียนรู้นวัตกรรมการปลูกพืชในเมือง

สถานการณ์ในปัจจุบันและความไม่แน่นอน นำมาสู่แนวคิดความมั่นคงทางอาหาร การนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อให้เกิดการให้ผลผลิตที่มากในพื้นที่จำกัด โดยปรับปรุงอาคารเก่าในพื้นที่เมืองที่ไม่ถูกใช้งานมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับการปลูกพืช จัดทำเป็นพื้นที่เรียนรู้การปลูกพืชในเมือง นำเสนอวิธีการปลูกพืชแบบต่างๆ รวบรวมเป็นนวัตกรรมการปลูกพืชกว่า 35 รายการ สำหรับเผยแพร่ความรู้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พึ่งพาตนเอง การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

เมตาเวิร์สของตำบลหอกลองเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

เมตาเวิร์สของตำบลหอกลองเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบเมตาเวิร์สสำหรับการท่องเที่ยวตำบลหอกลอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างต้นแบบระบบเมตาเวิร์สที่นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในตำบลหอกลองผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและยกระดับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น การพัฒนาระบบเมตาเวิร์สในโครงการนี้ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง ในการจำลองประสบการณ์การท่องเที่ยวตำบลหอกลองผ่านการนั่งเรือเสมือนจริง ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงระบบผ่านแพลตฟอร์ม Unity ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน 3D และ VR โดยระบบจะถูกออกแบบให้ผู้ใช้สามารถเลือกนั่งเรือเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมาในรูปแบบเสมือนจริง สถานที่เหล่านี้จะถูกออกแบบและพัฒนาโดยใช้โมเดลสามมิติที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลจริงของพื้นที่ตำบลหอกลอง โครงการนี้จึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลกอย่างยั่งยืน และมีศักยภาพในการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในวงกว้าง ระบบเมตาเวิร์สสำหรับการท่องเที่ยวตำบลหอกลองจึงเป็นโครงการที่สำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกให้ทันสมัยและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากขึ้น

ประสิทธิภาพของเปลือกมังคุด (Garcinia mangostana) สกัดน้ำร้อนเพื่อต่อต้านการติดเชื้อ Aeromonas hydrophila ในปลากะพงขาว (Lates calcarifer)

คณะเทคโนโลยีการเกษตร

ประสิทธิภาพของเปลือกมังคุด (Garcinia mangostana) สกัดน้ำร้อนเพื่อต่อต้านการติดเชื้อ Aeromonas hydrophila ในปลากะพงขาว (Lates calcarifer)

สารสกัดเปลือกมังคุด (Garcinia mangostana Linn.) โดยใช้น้ำร้อน (MPE) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการต่อต้านแบคทีเรียในลูกปลากะพงขาว (Lates calcarifer) ที่เลี้ยงในน้ำจืดซึ่งติดเชื้อ Aeromonas hydrophila การศึกษาในหลอดทดลองพบว่า MPE มีความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้ง (MIC) อยู่ที่ 25 ppm และความเข้มข้นต่ำสุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MBC) อยู่ที่ 25 ppm สำหรับ In vivo ลูกปลากะพงขาวจะถูกแช่ใน MPE ความเข้มข้นต่างๆ กันที่ 0 ppm (ควบคุม), 20 ppm, 40 ppm และ 60 ppm ตามลำดับ เป็นเวลา 7 วันด้วย A. hydrophila ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับ MPE มีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พารามิเตอร์ทางโลหิตวิทยาแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับ MPE มีระดับเม็ดเลือดแดง (RBC), เม็ดเลือดขาว (WBC) และความเข้มข้นของฮีโมโกลบิน (Hb) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ พารามิเตอร์คุณภาพน้ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นความเข้มข้นของแอมโมเนีย โดยที่ MPE ความเข้มข้นของแอมโมเนียที่ 60 ppm ถือเป็นระดับต่ำสุด ผลลัพธ์ทั้งหมดสามารถบ่งชี้ได้ว่า MPE สามารถปรับปรุงศักยภาพในการต่อต้านแบคทีเรียและศักยภาพในการเพาะเลี้ยงลูกปลากะพงได้