
เจลลี่ลูกชกที่ผลิตจากผลไม้ท้องถิ่นของจังหวัดพังงา โดยใช้ความหวานจากหญ้าหวานแทนน้ำตาล ถือเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการลดการบริโภคน้ำตาล นอกจากนี้ ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เนื่องจากใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และมีศักยภาพในการเป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพังงา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาค"
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่จากผลลูกชก ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นของจังหวัดพังงาที่มีความโดดเด่นและหายาก วงจรชีวิตที่สั้นและให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง การนำลูกชกมาแปรรูปเป็นเจลลี่จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาของผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่น นอกจากนี้ การใช้หญ้าหวานเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลยังสอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลต่ำอีกด้วย ลูกชกมีคุณสมบัติทางโภชนาการที่น่าสนใจ โดยมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายได้เป็นอย่างดี การนำลูกชกมาแปรรูปเป็นเจลลี่จึงเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพ โครงการวิจัยนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์หลายประการ ได้แก่ การอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่น การสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เจลลี่ลูกชกยังมีศักยภาพที่จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

คณะวิทยาศาสตร์
ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ส่งผลให้แนวปะการังทั่วโลกเผชิญกับภาวะเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบสุขภาพของปะการังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อจำแนกสุขภาพของปะการังออกเป็นสี่ประเภท ได้แก่ ปะการังแข็งแรง (Healthy), ปะการังฟอกขาว (Bleached), ปะการังซีด (Pale), และปะการังตาย (Dead) โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึก (Deep Learning) เป็นพื้นฐานในการฝึกสอนแบบจำแนกภาพ ในกระบวนการฝึกแบบจำลอง ได้มีการใช้เทคนิค Cross-Validation (k=5) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ พร้อมทั้งบันทึกโมเดลที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดหลังการฝึกผลลัพธ์ของโครงการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของแนวปะการัง และช่วยนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลในอนาคต

คณะแพทยศาสตร์
โรคปวดศรีษะไมเกรน เป็นโรคที่พบได้บ่อย และ ส่งผลต่อการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โรคปวดศรีษะไมเกรนแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะอาการเตือน (Prodrome หรือ premonitory) ระยะออร่า (Aura) ระยะปวดศีรษะ (Headache) และระยะฟื้นตัว (Postdrome) โดยระยะอาการเตือน (premonitory stage) สามารถเกิดขึ้นก่อนการปวดศีรษะได้นานถึง 72 ชั่วโมง และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าการใช้ยาในระยะนี้สามารถช่วยป้องกันการปวดศรีษะได้ อย่างไรก็ตาม อาการในระยะนี้มักไม่จำเพาะเจาะจง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่ากำลังอยู่ในระยะอาการเตือนของไมเกรนหรือไม่ โปรตีน Calcitonin gene-related peptide (cGRP) เป็นโมเลกุลสำคัญที่มีบทบาทในการเกิดไมเกรน โดยมีงานวิจัยพบว่าระดับ cGRP ในน้ำลายเพิ่มขึ้นในช่วงระยะอาการเตือน (premonitory stage) การศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและประเมินชุดทดสอบแบบ Lateral Flow Immunoassay สำหรับตรวจหาระดับ cGRP ในน้ำลายของผู้ป่วยไมเกรนในระยะอาการเตือน ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือช่วยยืนยัน เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจ และ ใช้ยาก่อนที่จะมีอาการปวดหัว

วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต
-