

Innovation Owner
Miss THITINUN MANEECHOESTSAKUL
Student
Details
As a value-added product of locally sourced fruits in Phang Nga, stevia-sweetened jelly offers a healthy and sustainable option for consumers seeking reduced sugar intake. This product has the potential to become a popular souvenir, promoting local agriculture and boosting the regional economy.

Objective
1. ส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป โดยการนำผลผลิตลูกชกมาผลิตเป็นเจลลี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและแสวงหาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย 3. สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ 4. อนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการนำเอาภูมิปัญญาในการแปรรูปผลไม้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่จากผลลูกชก ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นของจังหวัดพังงาที่มีความโดดเด่นและหายาก วงจรชีวิตที่สั้นและให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง การนำลูกชกมาแปรรูปเป็นเจลลี่จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาของผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่น นอกจากนี้ การใช้หญ้าหวานเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลยังสอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลต่ำอีกด้วย ลูกชกมีคุณสมบัติทางโภชนาการที่น่าสนใจ โดยมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายได้เป็นอย่างดี การนำลูกชกมาแปรรูปเป็นเจลลี่จึงเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพ โครงการวิจัยนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์หลายประการ ได้แก่ การอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่น การสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เจลลี่ลูกชกยังมีศักยภาพที่จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
1. ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่: เจลลี่ลูกชกผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและหวานน้อย ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยผ่อนคลายความเครียด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย 2. ด้านเศรษฐกิจ: การผลิตเจลลี่ลูกชกช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นการนำผลิตภัณฑ์ของไทยไปสู่ตลาดโลกได้อีกด้วย 3. ด้านสังคมและวัฒนธรรม: เจลลี่ลูกชกเป็นการนำภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น 4. ด้านสิ่งแวดล้อม: การผลิตเจลลี่ลูกชกจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ช่วยลดการขนส่งวัตถุดิบระยะไกล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน นอกจากนี้ การเลือกใช้วัตถุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็เป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง 5. ด้านวิชาการ: การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ลูกชกเป็นการเปิดโอกาสให้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรไทยและการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ


