
ชิ้นงานKMITL Expo 2025Cluster 2025ป. โท
ขั้ว
ไฟฟ้า
ทองคำ
เปลว
ที่
ตกแต่ง
ด้วย
วัสดุ
เชิง
ประกอบ
นาโน
ทอง
แพลทินัม-
รูทิ
เนียม/
รีดิวซ์
กราฟี
นอ
อก
ไซด์
ชนิด
ใช้
แล้ว
ทิ้ง
และ
ราคา
ถูก
สำหรับ
แอป
ตา
เซ็นเซอร์
ไฟฟ้า
เคมี
ที่
มี
ความ
ไว
สูง
ใน
การ
วิ
เคราะห์
อะฟ
ลา
ทอก
ซิน
B1
ใน
ผลิตภัณฑ์
ทางการ
เกษตร
คณะวิทยาศาสตร์, เคมี, วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี

เจ้าของนวัตกรรม
จโ
นาย จักรพรรณ โพธิ์เงินงาม
นักศึกษา
Details
งานวิจัยนี้นำเสนอแอปตาเซ็นเซอร์ไฟฟ้าเคมีชนิดใช้แล้วทิ้งและราคาถูก โดยใช้อิเล็กโทรดทองคำเปลวที่ตกแต่งด้วยวัสดุเชิงประกอบนาโน AuPt-Ru/RGO เพื่อตรวจวัดอะฟลาท็อกซิน บี1 (AFB1) ในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรด้วยความไวสูง
งานวิจัยนี้ได้เสนอแอปตาเซ็นเซอร์ไฟฟ้าเคมีรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้อิเล็กโทรดที่ผลิตจากแผ่นทองคำเปลว (GLE) ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุเชิงประกอบนาโนทองแพลทินัม-รูทิเนียม/รีดิวซ์กราฟีนออกไซด์ (AuPt-Ru/RGO) แบบใช้แล้วทิ้งและยังมีต้นทุนต่ำ
- วัสดุเชิงประกอบนาโน: สังเคราะห์ด้วยวิธีเคมีรีดักชันร่วมกับคลื่นอัลตราโซนิก มีลักษณะคล้ายผลหยางเหมย ขนาดอนุภาคเฉลี่ย 57.35 ± 8.24 นาโนเมตร
- ประสิทธิภาพ: ช่วยเพิ่มการถ่ายโอนอิเล็กตรอนและพื้นที่ผิวสำหรับการตรึงแอปตาเมอร์
- ผลการตรวจวัด: แสดงค่าความเป็นเส้นตรงในช่วง 0.3 – 30.0 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตร (R2 = 0.9972) โดยมีขีดจำกัดการตรวจวัด (LOD) อยู่ที่ 0.009 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตร
- การประยุกต์ใช้: ให้ผลลัพธ์ที่ดีในตัวอย่างจริง เช่น พริกแดงแห้ง กระเทียม ถั่วลิสง พริกไทย และข้าวหอมมะลิไทย โดยมีค่าร้อยละการคืนกลับ 94.6% ถึง 107.9%
Objective
เพื่อพัฒนาขั้วไฟฟ้าทองคำเปลวต้นทุนต่ำที่ตกแต่งด้วยวัสดุนาโน AuPt-Ru/RGO สำหรับตรวจวัดสารก่อมะเร็ง AFB1 ในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอย่างแม่นยำและเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับวิธีมาตรฐาน
- เพื่อสร้างและพัฒนาขั้วไฟฟ้าทองคำเปลวในการตรวจวัดสารก่อมะเร็ง AFB1
- เพื่อสังเคราะห์ วิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้วัสดุนาโนโลหะสามร่วมกับรีดิวซ์กราฟีนออกไซด์ร่วมกับแอปตาเมอร์เพื่อเพิ่มความเฉพาะเจาะจง ปรับปรุงพื้นผิวของขั้วไฟฟ้าที่สร้างขึ้นจากทองคำเปลว ในการตรวจวัดสารก่อมะเร็งอะฟลาท็อกซิน บี 1
- เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ และประเมินความสามารถในการตรวจวัดอะฟลาท็อกซิน บี 1 จาก GLEAuPt-Ru/RGO ในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น พริกแห้ง กระเทียม ถั่วลิสง พริกไทย และข้าวหอมมะลิไทย
- เพื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวัดมาตรฐานอื่นๆ เช่น HPLC-FLD


