KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

“อีไควน์เนส” ผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับม้าแต่งกลิ่นผลไม้ไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของม้า

“อีไควน์เนส”  ผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับม้าแต่งกลิ่นผลไม้ไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของม้า

รายละเอียด

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับม้าให้ตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการและสุขภาพของม้า โดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวโอ๊ต แป้งสาลี แป้งข้าวโพด และกากน้ำตาลออร์แกนิก ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับม้า อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงของอาการเสียดท้อง และให้พลังงานที่เหมาะสม ขนมได้รับการออกแบบให้มีรูปร่างที่เหมาะสมกับการกัดเคี้ยวของม้า และเพิ่มกลิ่นผลไม้ไทย เช่น สับปะรดและมะม่วง เพื่อดึงดูดความสนใจและช่วยให้ม้าบริโภคได้ง่ายขึ้น โดยมีกระบวนการผลิตที่เน้นความสะอาดและความปลอดภัยโดยเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิกและปราศจากสารกันเสียที่เป็นอันตรายต่อม้า บรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบให้สามารถรักษาคุณภาพของขนมได้นาน ป้องกันความชื้น และสะดวกต่อการใช้งานของผู้เลี้ยง นอกจากนี้ ขนมยังสามารถใช้เป็นรางวัลระหว่างการฝึกม้า ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างม้ากับผู้เลี้ยง และลดความเครียดของม้าได้ ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นทั้งขนมเพื่อสุขภาพและเครื่องมือช่วยฝึกที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับม้าที่ต้องการอาหารเสริมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้เลี้ยงม้าที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพม้า

วัตถุประสงค์

ปัจจุบันการเลี้ยงม้าในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่การขาดความรู้ที่ถูกต้องในการดูแล ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอาการเสียดท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้ม้าเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ระบบการให้อาหารที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันปัญหาดังกล่าว การให้ขนมสำหรับม้านั้นเปรียบเสมือนกับการให้รางวัลกับม้า ซึ่งช่วยเสริมสุขภาพกายและจิตใจของม้า โดยเฉพาะการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงและม้า อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยฝึกพฤติกรรมม้าให้ตอบสนองต่อคำสั่งได้ดีขึ้น การเลือกขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยเสริมระบบทางเดินอาหาร ลดความเสี่ยงของอาการเสียดท้อง ท้องอืด และปัญหาทางลำไส้ นอกจากนี้ ขนมที่มีกลิ่นหอมและรสชาติดียังช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ลดความเครียด และทำให้ม้ามีความสุขมากขึ้น จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับม้าแต่งกลิ่นผลไม้ไทย โดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร พร้อมทั้งทดสอบและประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้เลี้ยงม้าในการดูแลสุขภาพม้า และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ขนมม้าเป็นที่ยอมรับในวงการขี่ม้าไทย

นวัตกรรมอื่น ๆ

โครงการออกแบบ Micro car สำหรับนักศึกษาโดยแบรนด์ Nike

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

โครงการออกแบบ Micro car สำหรับนักศึกษาโดยแบรนด์ Nike

-

การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำอาหาร : กรณีศึกษาเรื่องเบอร์เกอร์

คณะเทคโนโลยีการเกษตร

การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำอาหาร : กรณีศึกษาเรื่องเบอร์เกอร์

การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำอาหาร โดยมีเมนูยอดฮิตและเป็นที่รู้จักกันดีอย่างเบอร์เกอร์ (Burger) ซึ่งเป็นการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ไปพร้อมกับเกมกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เล่นได้รับความรู้ต่างๆ ของเบอร์เกอร์ ทั้งองค์ประกอบทางวัตถุดิบ วิธีการทำเบอรเกอร์ ไปจนถึงการลองทำธุรกิจร้านเบอร์เกอร์อย่างง่ายไปพร้อมกับความสนุกสนานของตัวบอร์ดเกม

การประยุกต์ใช้แชทบอทปัญญาประดิษฐ์และแนวคิดลีนในการลดเวลาการรอคอยของลูกค้าและบริษัทคู่สัญญา เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ

คณะวิศวกรรมศาสตร์

การประยุกต์ใช้แชทบอทปัญญาประดิษฐ์และแนวคิดลีนในการลดเวลาการรอคอยของลูกค้าและบริษัทคู่สัญญา เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ

โครงงานสหกิจฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า โดยเน้นการปรับปรุงตามแนวคิดแบบลีนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในกรณีศึกษาของบริษัท เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จํากัด ซึ่งผู้วิจัยมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานและสร้างมาตรฐานการทำงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีบอท เข้ามาแก้ไขในกระบวนการทำงาน เพื่อให้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาลดลงและสามารถสร้างมาตรฐานการทำงานใหม่ให้กับทางบริษัทได้ งานวิจัยฉบับนี้ได้เสนอแนวคิดที่สำคัญในการหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา, การลดขั้นตอนของกระบวนการที่มีความซ้ำซ้อน, การนำวิธีแนวคิดลีน (Lean) มาปรับใช้, การประยุกต์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการ เป็นต้น อนึ่ง ในงานวิจัยนี้สามารถแยกปัญหาหลักที่แก้ไขได้ 2 ปัญหาหลัก โดยปัญหาแรกคือการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา ผลการวิจัย พบว่า สามารถลดเวลาการแก้ไขปัญหาจากค่าเฉลี่ย 5 วัน เหลือ 3 วัน นั่นคือสามารถลดได้ 38% และ ในปัญหาหลักที่สองคือการแก้ไขปัญหาให้ทาง Vendor ผลการวิจัย พบว่า สามารถลดเวลาการตอบกลับการแก้ไขปัญหาจากค่าเฉลี่ย 20 นาที เหลือ 0.3 นาที คิดเป็น 98.5% จากผลการทดลองของทั้งสองปัญหาหลักไม่เพียงช่วยยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า แต่ยังสร้างมาตรฐานในการตอบสนองและแก้ไขปัญหาภายในองค์กรให้มีระยะเวลาที่ลดลง