

Innovation Owner
Mr. THEPPITAK SONTHI
Student
Details
This study aimed to investigate the efficacy of lime containing more than 50% calcium oxide and not less than 29% magnesium oxide in enhancing water alkalinity for Pacific White Shrimp (Litopenaeus vannamei) aquaculture. The experiment was conducted at concentrations of 0, 5, 10, 15, and 20 ppm over a 48-hour period, with data collected at 0, 3, 6, 12, 24, 36, and 48 hours. Results demonstrated that lime exhibited high dissolution efficiency (65-86%) within the first hour and reached complete dissolution (98.5-98.6%) within 6 hours. The pH values initially increased proportionally with lime concentration, gradually decreased during 3-12 hours, before stabilizing. Total alkalinity showed significant increase during the first 3-6 hours and remained stable until the end of the experiment. Statistical analysis revealed that both concentration and time significantly affected all parameters (p < 0.001)

Objective
1. เพื่อศึกษาผลของความเข้มข้นต่างๆ ของปูน (ประกอบด้วย calcium oxide มากกว่า 50% และ magnesium ไม่ต่ำกว่า 29 %) ต่อการเพิ่มค่าอัลคาไลน์ในน้ำ 2. เพื่อวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลงของค่าอัลคาไลน์ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมง
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงกุ้งขาว (Litopenaeus vannamei) เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดการคุณภาพน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตและความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยง การรักษาสมดุลของพารามิเตอร์คุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่าความเป็นด่าง (alkalinity) จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มอัตราการรอดของกุ้ง ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ใช้ในการปรับค่าอัลคาไลน์ในน้ำมีประสิทธิภาพสูงและให้ผลรวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนที่สูง ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงได้ยาก ด้วยเหตุนี้ การวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการศึกษาประสิทธิภาพของปูน (ประกอบด้วย calcium oxide มากกว่า 50% และ magnesium oxide ไม่ต่ำกว่า 29 %) ในการปรับค่าอัลคาไลน์ในน้ำสำหรับการเลี้ยงกุ้งขาวในประเด็นต่อไปนี้ ศึกษาอัตราการเปลี่ยนแปลงของค่าอัลคาไลน์ในน้ำเมื่อใช้ปูนในปริมาณและความเข้มข้นที่แตกต่างกันและวิเคราะห์ผลของการใช้ปูนต่อค่าอัลคาไลน์ และค่า pH ในน้ำ ผลการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาแนวทางการจัดการคุณภาพน้ำที่มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง อันจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในระยะยาว นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่ต้องการการควบคุมค่าอัลคาไลน์ในระบบการเลี้ยง
1.ข้อมูลเกี่ยวกับผลของความเข้มข้นต่างๆ ของปูน ต่อการเพิ่มค่าอัลคาไลน์ในน้ำ 2.ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของค่าอัลคาไลน์ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมง 3.เป็นแนวทางในการใช้ปูนเพื่อปรับค่าอัลคาไลน์ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้งขาว


