KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

สับปะรดแปรรูป

รายละเอียด

การศึกษาเรื่องสับปะรดแปรรูป มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลดปัญหาสับปะรดที่กำลังจะเป็นของเสียจากปัญหา Climate change และเพื่อหากรรมวิธีที่มีความเหมาะสมกับการแปรรูปของสับปะรดสายพันธุ์ โดยผู้จัดทำเลือกใช้กรรมวิธีการอบแห้ง หรือ Dehydration ในการแปรรูป เนื่องจากมีความเหมาะสมด้านคุณสมบัติของพันธุ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด และลดของเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดคุณค่ากับผลผลิตมากที่สุด การศึกษานี้ทำขึ้นเพื่อพัฒนาการแปรรูปสับปะรดสายพันธุ์ใหม่ นำหลักการการแปรรูปหลากหลายรูปแบบมาปรับให้เข้ากับสับปะรดสายพันธุ์นี้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรให้มากขึ้น และลดปัญหาของเสียที่กำลังจะเกิดได้จำนวนมาก อีกทั้งยังมีโอกาสในการทำตลาดในอนาคตอีกด้วย

วัตถุประสงค์

เนื่องด้วยปัจจุบันสภาพแวดล้อมบนโลกมีผลกระทบหลายๆอย่าง เช่น สภาวะโลกร้อน ซึ่งสร้างผลกระทบกับผลไม้เกือบทุกชนิดบนโลก หนึ่งในนั้นคือ สับปะรด แม้สับปะรดจะเป็นพืชที่ปลูกได้ดีในสภาพอากาศแห้งแล้ง แต่เมื่อออกผล สภาพแวดล้อมก็ส่งผลต่อผลผลิตของสับปะรดเช่นกัน ทำให้ผลของสับปะรดเกิดความเสียหาย ไม่สามารถนำไปทำการค้าขายได้ทั้งหมด หรือรับประทานสดได้ สับปะรดเป็นผลไม้ที่เหมาะทั้งการรับประทานสด และแปรรูป ซึ่งการรับประทานสด จะโดดเด่นในด้านที่ดีต่อสุขภาพ เพราะมีสารบรอมีเลนที่สำคัญในการช่วยเหลือระบบย่อยอาหาร และสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆได้ แต่เมื่อเกิดปัญหาสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้สับปะรดผลสดเกิดความเสียหายอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็น ตาแตก หรือผิวสับปะรดไหม้ ทำให้การรับประทานผลสดไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ในหลาย ๆ แห่งจึงมีการปรับตัวเมื่อทราบสถานการณ์ดังกล่าว จึงหาทางแก้ไขด้วยการนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นลักษณะต่าง ๆ มากมายเพื่อให้เกิดคุณค่ากับผลผลิต และลดของเสียที่เกิดขึ้น สับปะรดพันธุ์จินจ้วน หรือใต้หวันหมายเลข 17 เป็นสับปะรดที่สามารถปลูกได้หลายแห่งบนโลกและในไทย ซึ่งมักเกิดปัญหาตาแตก ด้วยเนื้อที่แน่น และจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในไทยอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นของเสียทิ้งเปล่า สับปะรดพันธุ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งรับประทานสด เพราะมีลักษณะสีเหลืองทอง เนื้อแน่น มีความหวานอยู่ที่ระดับ 14 บริกซ์ และการแปรรูป เนื่องจากมีคุณสมบัติที่มีความเหมาะสม เช่น มีเส้นใยที่เล็ก และนุ่ม ทำให้รับประทานง่าย ไม่เหนียว ทำให้การแปรรูปจึงมีความเหมาะสมตามคุณสมบัติ แต่ก็สามารถใช้ได้ในบางกรรมวิธีเท่านั้น จากที่กล่าวมาข้างต้นผู้จัดทำจึงมีความสนใจในการทำสับปะรดแปรรูปจากของเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยการนำผลที่ใกล้พร้อมการเก็บเกี่ยวมาแปรรูป เพื่อลดปริมาณของเสีย จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว และหากรรมวิธีในการแปรรูปที่มีความเหมาะสม เพื่อยืดอายุ สร้างคุณค่า และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

นวัตกรรมอื่น ๆ

การสังเคราะห์โมเลกุลยาโดยใช้อิเล็กตรอนจากขั้วไฟฟ้า

คณะวิทยาศาสตร์

การสังเคราะห์โมเลกุลยาโดยใช้อิเล็กตรอนจากขั้วไฟฟ้า

การสังเคราะห์โดยใช้อิเล็กตรอนเป็นรีเอเจนต์ทดแทนการใช้ oxidant เป็นวิธีการสังเคราะห์โมเลกุลยาด้วยวิธีการที่ลดการใช้สารเคมี ทำให้ลดการเกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อมได้

เครื่องวัดค่าความหนาแน่นอิเล็กตรอนรวมจากชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ด้วยดาวเทียม GPS แบบความถี่เดียว

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

เครื่องวัดค่าความหนาแน่นอิเล็กตรอนรวมจากชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ด้วยดาวเทียม GPS แบบความถี่เดียว

โครงงานนี้นำเสนอการสร้างเครื่องมือวัดค่าความหนาแน่นอิเล็กตรอนรวมด้วย GPS แบบความถี่เดียว โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับจำนวนอิเล็กตรอนรวมในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์และเครื่องมือวัดค่าอิเล็กตรอนรวมด้วย ค่าเวลาหน่วงของ GPS มาทำการออกแบบเครื่องมือวัดค่าความหนาแน่นอิเล็กตรอนรวมด้วย GPS แบบความถี่เดียว โดยประกอบด้วยสายอากาศ เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GPS แบบความถี่เดียว หน่วยประเมินผลข้อมูลและคำนวณจำนวนอิเล็กตรอนรวม และหน่วยแสดงผลข้อมูลค่าอิเล็กตรอนรวม ทดสอบการทำงานของเครื่องวัดอิเล็กตรอนรวมด้วย GPS แบบความถี่เดียว โดยการเปรียบเทียบกับข้อมูลค่าอิเล็กตรอนรวมที่ได้จากโมเดล IRI (International Reference Ionosphere) ซึ่งเป็นโมเดลอิเล็กตรอนอ้างอิงของโลก และนำเครื่องวัดอิเล็กตรอนรวมด้วย GPS แบบความถี่เดียวไปใช้งานจริง ผลของการเปรียบเทียบและใช้งานจริง สรุปได้ว่าเครื่องมือวัดค่าอิเล็กตรอนรวมด้วย GPS แบบความถี่เดียว สามารถใช้งานได้จริงและมีค่าความแตกต่างกับ โมเดล IRI อยู่ที่ 50 TECU

Astaxanthin-rich Oil Extracted with Ultrasound Assisted-Natural Deep Eutectic Solvent from the Byproduct of Black Tiger Shrimp (Panaeus monodon).

คณะอุตสาหกรรมอาหาร

Astaxanthin-rich Oil Extracted with Ultrasound Assisted-Natural Deep Eutectic Solvent from the Byproduct of Black Tiger Shrimp (Panaeus monodon).

The study investigated the extraction of astaxanthin-rich oil from shrimp waste biomass, a valuable byproduct rich in functional lipids and proteins. Wet rendering has long been an inexpensive method to extract oil, however the high temperatures and long cooking times negatively affect the amount of astaxanthin. On the other hand, the study looked into employing deep eutectic solvent as a green solvent and combining a wet rendering process with high-shear homogenization and high-frequency ultrasound-assisted extractions. DES-UAE at 60% amplitude and wet rendering at 60 °C were found to be the ideal conditions, as were DES-HAE at 13,000 rpm and wet rendering at 60 °C. With a notable increase in oil yields of 16.80% and 20.12%, respectively, and improved oil quality (lower acid and peroxide values) in comparison to the conventional wet rendering, experimental validation validated the effectiveness of the DES-HAE and DES-UAE procedures. DES-UAE notably raised the amount of astaxanthin. This study demonstrates that DES-HAE and DES-UAE are quicker, lower-temperature substitutes for obtaining premium, astaxanthin-rich shrimp oil, resulting in more effective use of this priceless byproduct.