KMITL Expo 2026 Logo
Half Circle
นวัตกรรมทั้งหมด
ป. ตรี โครงงานพิเศษโปสเตอร์KMITL Expo 2025Cluster 2025
การ
ปรับปรุง
คุณภาพ
น้ำ
ผิว
ดิน
ด้วย
วิธี
การ
ตก
ตะกอน
โดยสาร
สกัด
เมล็ด
มะรุม
เมล็ด
กระเจี๊ยบ
แดง
และ
เมล็ด
มะขาม
คณะวิทยาศาสตร์, เคมี, วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเคมีสิ่งแวดล้อม
การปรับปรุงคุณภาพน้ำผิวดินด้วยวิธีการตกตะกอนโดยสารสกัดเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม

เจ้าของนวัตกรรม

ศจ

นางสาว ศราวดี จึงประเสริฐ

นักศึกษา

Details

งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม ในการเป็นสารช่วยตกตะกอนเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำผิวดิน โดยใช้การทดลองจาร์เทสเพื่อลดความขุ่นของน้ำ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม ในการเป็นสารช่วยตกตะกอนในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อการปรับปรุงคุณภาพน้ำ สารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม เป็นสารตกตะกอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นทางเลือกในการปรับปรุงคุณภาพของน้ำผิวดิน แหล่งน้ำผิวดินมีความขุ่นอยู่ในช่วง 14-24 NTU นำมาทำการตกตะกอนความขุ่นในน้ำด้วยวิธีการทดลองจาร์เทส (Jar test) โดยการใช้สารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม เป็นสารตกตะกอน (Coagulant) และ เป็นสารช่วยตกตะกอน (Coagulant aid) โดยวิธีการคือนำเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขามมาบดให้ละเอียด จากนั้นสกัดด้วยสารละลายโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) 0.5 โมลาร์ และนำสารสกัดที่ได้มาใช้เป็นสารตกตะกอนเพื่อลดความขุ่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยแต่ละความเข้มข้นใช้ปริมาตรน้ำ 300 มิลลิลิตร ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าสารสกัดจากเมล็ดมะรุมที่ความเข้มข้น 2,000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพมากที่สุด และมีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 73.19% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0309 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิลิตร รองลงมาเป็นสารสกัดจากเมล็ดมะขามที่มีความเข้มข้น 4000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 56.75% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0933 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิลิตร และเมล็ดกระเจี๊ยบแดงที่มีความเข้มข้น 6000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 32.67% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0567 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิลิตร

Objective

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสกัดสารช่วยตกตะกอนจากเมล็ดพืช 3 ชนิด หาความเข้มข้นที่เหมาะสมในการลดความขุ่น ประเมินความคุ้มทุนเมื่อเทียบกับสารส้ม และส่งเสริมการจัดการขยะทางการเกษตร

  1. ศึกษาวิธีการสกัดสารช่วยตกตะกอนจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดงและเมล็ดมะขาม
  2. ศึกษาชนิดและความเข้มข้นของสารตกตะกอนที่เหมาะสมต่อการลดความขุ่นของน้ำ
  3. ประเมินประสิทธิภาพความคุ้มทุนในการลดความขุ่นของน้ำด้วยสารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขามเมื่อเทียบกับการใช้สารตกตะกอนที่นิยมใช้ทั่วไปอย่าง สารส้ม
  4. ศึกษาแนวทางในการจัดการขยะจากการเกษตรโดยการนำเมล็ดจากผลไม้ที่เหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการใช้เป็นสารช่วยตกตะกอนในน้ำผิวดินเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ