งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม ในการเป็นสารช่วยตกตะกอนในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อการปรับปรุงคุณภาพน้ำ สารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม เป็นสารตกตะกอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นทางเลือกในการปรับปรุงคุณภาพของน้ำผิวดิน แหล่งน้ำผิวดินมีความขุ่นอยู่ในช่วง 14-24 NTU นำมาทำการตกตะกอนความขุ่นในน้ำด้วยวิธีการทดลองจาร์เทส (Jar test) โดยการใช้สารสกัดจากเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขาม เป็นสารตกตะกอน (Coagulant) และ เป็นสารช่วยตกตะกอน (Coagulant aid) โดยวิธีการคือนำเมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดง และเมล็ดมะขามมาบดให้ละเอียด จากนั้นสกัดด้วยสารละลายโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) 0.5 โมลาร์ และนำสารสกัดที่ได้มาใช้เป็นสารตกตะกอนเพื่อลดความขุ่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยแต่ละความเข้มข้นใช้ปริมาตรน้ำ 300 มิลลิลิตร ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าสารสกัดจากเมล็ดมะรุมที่ความเข้มข้น 2,000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพมากที่สุด และมีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 73.19% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0309 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิตร รองลงมาเป็นสารสกัดจากเมล็ดมะขามที่มีความเข้มข้น 4000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 56.75% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0933 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิตร และเมล็ดกระเจี๊ยบแดงที่มีความเข้มข้น 6000 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพในการลดความขุ่นประมาณ 32.67% โดยมีค่าใช้จ่าย 0.0567 บาทต่อน้ำ 300 มิลลิตร
น้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อมนุษย์ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค ใช้ในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคอื่น ๆ โดยน้ำจืดในธรรมชาติสามารถแยกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ น้ำผิวดิน (Surface Water) และน้ำใต้ดิน (Ground Water) โดยลักษณะสำคัญของน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน คือ น้ำผิวดินจะมีความขุ่นและมีปริมาณแร่ธาตุที่เจือปนอยู่น้อย ในขณะที่น้ำใต้ดินจะมีความใสกว่าและมีแร่ธาตุเจือปนอยู่มาก น้ำผิวดินเป็นแหล่งน้ำที่นำมาใช้ประโยชน์กันมากเนื่องจากมีปริมาณน้ำค่อนข้างมากเพียงพอต่อความต้องการและไม่ต้องมีการขุดเจาะผ่านชั้นหินชั้นดินที่ยากและราคาค่อนข้างสูง คุณภาพน้ำโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับลักษณะของดิน หินและบริเวณโดยรอบที่น้ำไหลผ่านส่วนมากจะมีคุณภาพทางกายภาพที่ไม่ดีมากนัก คือ มีความขุ่น กลิ่น สี รส น้ำที่มีความขุ่นมักจะพบสารแขวนลอยเป็นจำนวนมากทำให้ไม่เป็นผลดี น้ำที่มีความขุ่นมากจะส่งผลทำให้ต้นไม้หรือพืชผักไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดีพอ ความขุ่นยังสามารถทำให้อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงกว่าปกติ ส่งผลต่อปริมาณการละลายของออกซิเจนในน้ำ ทำให้เป็นอันตรายต่อพืช ดังนั้นก่อนนำน้ำผิวดินมาใช้ประโยชน์ควรจะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเพื่อกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำให้เหลือน้อยที่สุดและผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำก่อนนำมาใช้ประโยชน์ ในปัจจุบันผักผลไม้ไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้ออกสู่ตลาด ทำให้มีผู้คนนิยมรับประทานผักผลไม้เป็นจำนวนมาก แต่หลังจากรับประทานผักผลไม้นั้นเสร็จแล้วผู้คนนั้นจะทำการทิ้งเปลือกและเมล็ดของผักผลไม้ทำให้เกิดขยะจากเมล็ดผลไม้เป็นจำนวนมาก ซึ่งขยะจากเมล็ดผักผลไม้ที่ถูกทิ้งเป็นจำนวนมากนั้นไม่ส่งผลให้เกิดประโยชน์ใด ๆ และไม่มีมูลค่า ผู้วิจัยจึงมีความคิดที่จะนำเมล็ดผักผลไม้ที่เป็นขยะมาเพิ่มมูลค่าและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำเมล็ดผักผลไม้มาใช้ประโยชน์เป็นสารช่วยตกตะกอนในน้ำ จึงได้มีการนำผลไม้ที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น เมล็ดมะรุม เมล็ดกระเจี๊ยบแดงและเมล็ดมะขาม มาศึกษาประสิทธิภาพในการตกตะกอนความขุ่นและสีในน้ำเพื่อการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น

คณะวิศวกรรมศาสตร์
โครงงานสหกิจศึกษาหัวข้อการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้าด้วย Power BI และ Power Automate รณีศึกษาบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ศูนย์ปฏิบัติการชลบุรี จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบการเบิก โอน จ่าย และรับเข้าสินค้า โดยมุ่งแก้ไขปัญหาเวลาสูญเปล่าและความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน จากการสำรวจพบว่าระบบ SAP มีกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องมีความชำนาญ แม้ว่าบริษัทจะมีการพัฒนาระบบ iWarehouse เพื่อปรับปรุงความรวดเร็ว แต่ยังคงพบความล่าช้าและความซับซ้อนในขั้นตอนการทำงาน เพื่อแก้ปัญหานี้ ผู้ศึกษาได้นำ Power BI มาช่วยในการแสดงผลข้อมูล เช่น ข้อมูลการเบิก โอน จ่าย และรับเข้าสินค้า ช่วยให้พนักงานคลังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่าและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Power Automate ยังถูกนำมาใช้ในการประมวลผลเลขการรับสินค้า อัตโนมัติจากอีเมล เพื่อลดข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการป้อนข้อมูลจากอีเมล ผลลัพธ์จากการปรับปรุงนี้แสดงให้เห็นว่าพนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นและสามารถลดเวลาสูญเปล่าที่เกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังเสร็จสิ้นการศึกษา ข้อมูลและแนวทางการพัฒนาเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้บริษัทเพื่อนำไปพัฒนาต่อไป

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
กากกาแฟเป็นวัสดุเหลือใช้ที่เกิดจากกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความนิยมในการบริโภคกาแฟทั่วโลก ภายในกากกาแฟมีสารที่เป็นประโยชน์ เช่น โพลีแซ็กคาไรด์ เส้นใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการสกัดพรีไบโอติก งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสกัดสารพรีไบโอติกจากกากกาแฟโดยใช้วิธีการไฮโดรไลซิสด้วยกรดและการย่อยสลายทางเอนไซม์ เพื่อนำสารที่ได้มาประเมินศักยภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ผลการวิจัยคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือจากอุตสาหกรรมกาแฟ ลดปริมาณขยะอินทรีย์ และเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพ ทั้งนี้ การศึกษานี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คณะวิทยาศาสตร์
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังมีจำนวนมากเป็นอันดับที่สอง ในจำนวนผู้ป่วยโรคผิวหนัง ซึ่งโรคภูมิแพ้ผิวหนังนี้ยังไม่มียารักษา ทำได้แค่บรรเทารักษาตามอาการ ทำให้เกิดเป็นโรคเรื้อรัง มีโอกาสที่เชื้อฉวยโอกาสจะเข้าไปก่อโรคเพิ่มจากแผลของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อชนิดอื่น การศึกษาในครั้งนี้จึงสนใจศึกษาการลดโอกาสในการติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งสนใจใบพลูคาวและดีปลี เนื่องจากมีข้อมูลสนับสนุนเรื่องการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ โดยการนำใบของพืชทั้ง 2 ชนิด มาสกัดแบบหยาบ แช่ใน ethanol 95% เป็นเวลา 7 วัน กรองด้วยกรวยกรอง buchner นำสารสกัดที่ได้ไปทดสอบ phytochemical เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบ phenolic, flavonoid, tannin, anthocyanin, DPPH และนำไปทดสอบฤทธิ์ในการต้านจุลชีพ ซึ่งในการทดลองประกอบด้วยแบบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ 5 ชนิด ได้แก่ E. coli, Bacillus subtilis, Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus, Staphylococcus epidermidis โดยผู้ทำการวิจัยคาดว่าจะสามารถนำไปต่อยอดและนำไปพัฒนาในการรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังได้