

เจ้าของนวัตกรรม
นาย กิตติภูมิ โชตะนา
นักศึกษา
Details
การใช้น้ำมันพืชซ้ำในการประกอบอาหารส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพและก่อให้เกิดสารพิษจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน การศึกษานี้มุ่งเน้นการเพิ่มเสถียรภาพของน้ำมันพืชโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราโซนิคร่วมกับการบ่มปลีกล้วย 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กล้วยไข่ กล้วยหอม และกล้วยน้ำว้า ซึ่งมีสารประกอบฟีนอลิกและสารต้านอนุมูลอิสระสูง งานวิจัยนี้ศึกษาการฟื้นฟูน้ำมันปาล์มที่ใช้แล้วโดยการบ่มร่วมกับปลีกล้วยที่ผ่านการอบแห้งและบดละเอียด โดยใช้คลื่นอัลตราโซนิคที่อุณหภูมิและระยะเวลาต่างๆ จากนั้นทำการทดสอบคุณภาพน้ำมันที่ได้รับการบ่มผ่านการวิเคราะห์ค่าทางกายภาพ (ปริมาณน้ำอิสระ ความชื้น และค่าสี) ค่าทางเคมี (ค่าดัชนีเปอร์ออกไซด์ ค่าความเป็นกรด และค่าไทโอบาร์บิทูริกแอซิด) และประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระ (DPPH, ABTS และ FRAP)
Objective
1.เพื่อศึกษาการฟื้นฟูน้ำมันที่ใช้แล้วด้วยการเทคโนโลยีคลื่นอัลตราโซนิคร่วมกับการบ่มปลีกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ 2.เพื่อประเมินผลของปลีกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ ปลีกล้วยไข่ , ปลีกล้วยหอม , ปลีกล้วยน้ำว้า ในการเพิ่มความเสถียรของน้ำมัน 3.เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการบ่มปลีกล้วยโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิคในการเพิ่มเสถียรภาพออกซิเดชั่นของน้ำมัน 4.เพื่อประเมินคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของปลีกล้วยและผลกระทบต่อการลดการเกิดออกซิเดชั่นที่เป็นอันตรายในน้ำมัน
ประเทศไทยมีการใช้น้ำมันพืชเฉลี่ยปีละ 800,000 ตัน ซึ่งการบริโภคอาหารทอดที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่ปัญหาน้ำมันใช้แล้วที่เสื่อมสภาพและเกิดสารพิษ เช่น อนุมูลอิสระ อัลดีไฮด์ และไฮโดรเปอร์ออกไซด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ วิธีการบำบัดน้ำมันที่ใช้แล้วในปัจจุบัน เช่น การกรองและการใช้สารดูดซับ เช่น ถ่านกัมมันต์ ยังมีข้อจำกัด ปลีกล้วยเป็นแหล่งของสารฟีนอลิก เช่น แทนนินและฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและสามารถช่วยเพิ่มเสถียรภาพของน้ำมันโดยลดการเกิดออกซิเดชัน การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราโซนิคร่วมกับปลีกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อฟื้นฟูน้ำมันปรุงอาหารที่เสื่อมสภาพให้กลับมาใช้งานได้ ลดของเสีย และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
1.สามารถนำน้ำมันเก่าที่ใช้ในการประกอบอาหารแล้ว กลับมาใช้ได้อีกครั้งโดยลดสารอนุมูลอิสระ ลดการเกิดโรคมะเร็งจากสารที่พบในน้ำมันเก่า 2.เพิ่มคุณภาพและความเสถียรของน้ำมันให้มีความใกล้เคียงกับน้ำมันใหม่มากที่สุด ทั้งทางด้านกายภาพ และด้านเคมี


