
แมลงศัตรูทางการแพทย์และสัตวแพทย์ที่สำคัญจำพวกยุงลายบ้าน แมลงวันบ้าน และแมลงสาบ ล้วนสร้างปัญหาทางด้านสุขอนามัยของคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงสร้างความบดบังความงามทางทัศนียภาพมากขึ้น ดังนั้นงานวิจัยครั้งนี้จึงค้นพบสูตรผสมของน้ำมันหอมระเหยและสารออกฤทธ์หลักจากพืชสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมและกำจัดแมลงเหล่านี้เมื่อเทียบกับสารเคมีกำจัดแมลง รวมถึงมีความปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เป้าหมายที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมได้ และพบว่ามีความเสถียรและรักษาคุณภาพการออกฤทธิ์ของสารได้เป็นอย่างดี ซึ่งสารสูตรดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถใช้แทนหรือลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลงเหล่านี้ได้
แมลงศัตรูทางการแพทย์และสัตวแพทย์มีแมลงหลากหลายชนิดที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสาธารณสุขและสัตว์เลี้ยงต่างๆอย่างมากมายกับประชากรทั่วโลก โดยเน้นแมลงที่มีความสำคัญในทางการแพทย์และสัตวแพทย์ในปัจจุบัน ได้แก่ ยุงลายบ้าน แมลงวันบ้าน แมลงวันคอกสัตว์ เหามนุษย์ แมลงสาบอเมริกัน และแมลงสาบเยอรมัน เพราะแมลงศัตรูเหล่านี้เป็นแมลงพาหะที่นำโรคมาสู่มนุษย์และสัตว์เลี้ยง อาทิเช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อ เป็นต้น จากปัญหาดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการหาแนวทางป้องกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงศัตรูเหล่านี้ เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตและการควบคุมระบาด ซึ่งส่วนมากนิยมใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการกำจัดแมลงที่สามารถลดจำนวนประชากรของแมลงได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการกำจัดแมลงเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดผลเสียต่างๆตามมา เช่น แมลงศัตรูทางการแพทย์และสัตวแพทย์สร้างความต้านทานต่อสารเคมีสังเคราะห์ จำเป็นต้องเปลี่ยนสารเคมีสังเคราะห์ชนิดใหม่ๆ หรือใช้ในปริมาณที่สูงขึ้น ทำให้เกิดการระบาดของแมลงพาหะชนิดใหม่ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมีความสำคัญเกิดการระบาดเป็นแมลงศัตรูขึ้นมาได้ และประการสำคัญคือสารเคมีสังเคราะห์มีความเป็นพิษสูงกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆที่ไม่ต้องการทำลายต้องตายไปด้วย เช่น ปลา แมลงในน้ำ ไส้เดือน เป็นต้น รวมทั้งผึ้งและแมลงมีประโยชน์ชนิดต่างๆ ปัจจุบันมีการนำน้ำมันหอมระเหยจากพืชและสารออกฤทธิ์หลักมาใช้ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูทางการแพทย์และสัตวแพทย์อย่างแพร่หลาย ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นหาน้ำมันหอมระเหยจากพืชและสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพดีในการกำจัดทุกระยะการเจริญเติบโตของแมลงศัตรูทางการแพทย์และสัตวแพทย์ มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คณะวิศวกรรมศาสตร์
การตรวจวินิจฉัยโรคดีซ่าน ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในทารกเนื่องจากระดับบิลิรูบินในเลือดที่สูงขึ้น มักต้องการการวินิจฉัยและการตรวจสอบอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โดยเฉพาะในทารกแรกเกิด วิธีการวินิจฉัยแบบดั้งเดิมสามารถใช้เวลานานและอาจเกิดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ได้ งานวิจัยนี้เสนอแนวทางในการตรวจวินิจฉัยโรคดีซ่านแบบเรียลไทม์โดยใช้เทคนิคการประมวลผลภาพขั้นสูงและอัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิง โดยการวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายในพื้นที่สี RGB จะมีการสกัดและประมวลผลค่าพิกเซลผ่านการปรับค่าเกณฑ์ของ Otsu และการดำเนินการทางสัณฐานวิทยาเพื่อตรวจจับรูปแบบสีที่บ่งบอกถึงโรคดีซ่าน จากนั้นตัวจำแนกจะถูกฝึกฝนเพื่อแยกแยะระหว่างภาวะปกติและภาวะดีซ่าน นำเสนอนวัตกรรมเครื่องมือวินิจฉัยที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ การทำงานแบบเรียลไทม์ทำให้ระบบนี้เหมาะสำหรับสถานพยาบาล โดยให้ข้อมูลเชิงลึกที่ทันเวลาแก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของผู้ป่วย วิธีการที่เสนอนี้เป็นนวัตกรรมสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพ โดยการรวมปัญญาประดิษฐ์และการถ่ายภาพทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยและจัดการโรคดีซ่านได้เร็วขึ้น ลดการพึ่งพาการแทรกแซงแบบแมนนวล และปรับปรุงการให้บริการด้านสุขภาพโดยรวม

คณะเทคโนโลยีการเกษตร
สารสกัดเปลือกมังคุด (Garcinia mangostana Linn.) โดยใช้น้ำร้อน (MPE) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการต่อต้านแบคทีเรียในลูกปลากะพงขาว (Lates calcarifer) ที่เลี้ยงในน้ำจืดซึ่งติดเชื้อ Aeromonas hydrophila การศึกษาในหลอดทดลองพบว่า MPE มีความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้ง (MIC) อยู่ที่ 25 ppm และความเข้มข้นต่ำสุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MBC) อยู่ที่ 25 ppm สำหรับ In vivo ลูกปลากะพงขาวจะถูกแช่ใน MPE ความเข้มข้นต่างๆ กันที่ 0 ppm (ควบคุม), 20 ppm, 40 ppm และ 60 ppm ตามลำดับ เป็นเวลา 7 วันด้วย A. hydrophila ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับ MPE มีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พารามิเตอร์ทางโลหิตวิทยาแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับ MPE มีระดับเม็ดเลือดแดง (RBC), เม็ดเลือดขาว (WBC) และความเข้มข้นของฮีโมโกลบิน (Hb) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ พารามิเตอร์คุณภาพน้ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นความเข้มข้นของแอมโมเนีย โดยที่ MPE ความเข้มข้นของแอมโมเนียที่ 60 ppm ถือเป็นระดับต่ำสุด ผลลัพธ์ทั้งหมดสามารถบ่งชี้ได้ว่า MPE สามารถปรับปรุงศักยภาพในการต่อต้านแบคทีเรียและศักยภาพในการเพาะเลี้ยงลูกปลากะพงได้

คณะวิทยาศาสตร์
การสังเคราะห์โดยใช้อิเล็กตรอนเป็นรีเอเจนต์ทดแทนการใช้ oxidant เป็นวิธีการสังเคราะห์โมเลกุลยาด้วยวิธีการที่ลดการใช้สารเคมี ทำให้ลดการเกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อมได้