KMITL Expo 2026 Logo
Half Circle
All Innovation
Highlight 2025KMITL Expo 2025
Effect
of
Gum
Arabic
Combined
with
Mangosteen
Peel
Extract
(MPE)
on
Extending
the
Shelf
Life
of
‘Namdokmai
Sithong’
คณะเทคโนโลยีการเกษตร
Effect of Gum Arabic Combined with Mangosteen Peel Extract (MPE) on Extending the Shelf Life of ‘Namdokmai Sithong’

Innovation Owner

สค

นาย สมศักดิ์ ครามโชติ

Advisor

Details

This study aimed to evaluate the optimal edible coating formulation for 'Namdokmai Sithong' mangoes by incorporating 10% gum arabic (GA) with mangosteen peel extract (MPE) at varying concentrations (1%, 3%, and 5%), compared to a control treatment (distilled water). The coated fruits were stored at room temperature for 14 days, and their physicochemical properties were assessed. The findings indicate that the application of GA (10%) combined with MPE effectively mitigated color changes in mango flesh, suppressed disease incidence, and preserved fruit firmness. Additionally, the coating significantly delayed alterations in total soluble solids (TSS), titratable acidity (TA), vitamin C content, carotenoid levels, and phenolic compounds. Among the tested formulations, GA (10%) + MPE (1%) exhibited the highest efficacy in extending shelf life, maintaining fruit quality, and enhancing surface gloss.

Effect of Gum Arabic Combined with Mangosteen Peel Extract (MPE) on Extending the Shelf Life of ‘Namdokmai Sithong’

Objective

เพื่อพัฒนาสูตรสารเคลือบผิวผลมะม่วงที่เหมาะสมต่อการยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง

มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีรสชาติและกลิ่นที่ได้รับความนิยมและมีความต้องการในตลาดในประเทศและนอกประเทศ โดยเราจะพบว่าการส่งออกมะม่วงในไทยมีการส่งออกมากเป็นอันดับ 1 ในประเทศประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ด้านการส่งออกและเป็นอันดับ 3 ด้านการผลิตมะม่วงโดยความสำคัญในด้านส่งออกมีการให้ความสำคัญในด้านคุณภาพด้านสี กลิ่นและคุณภาพด้านระยะเวลาการเก็บ แต่ปัญหาที่สำคัญของมะม่วงในระหว่างการเก็บรักษาและการ ส่งออก คือ การสูญเสียน้ำหนัก การสุกในระหว่างการขนส่งและการเกิดโรค ทําให้ผลิตผลไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและทําให้ผลมะม่วงที่ผลิตได้มีมูลค้าลดลง (อนุธิดา, 2549) การเคลือบผิวผลิตผลเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและลดการเสื่อมคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวได้ ทั้งนี้การเลือกใช้สารเคลือบผิวควรเลือกชนิด และความเข้มข้นให้เหมาะสมกับผลิตผลแต่ละชนิด ที่สําคัญคือควรคํานึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคให้มากที่สุด (จรัญญา และคณะ, 2550) โดยการเลือกใช้สารเคลือบ กัมอารบิก (Gum Arabic) เป็นสารประกอบธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มสารไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloids) ที่นิยมใช้กันแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมอาหาร เป็นสารประกอบจากธรรมชาติที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรส ที่สำคัญไม่เป็นพิษต่อร่างกายและ มลภาวะ ปัจจุบันได้ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน ของอาหารโลก และได้รับกำหนดในตำรับ GRAS (Generally Recognized as Safe) และมาตรฐานของ United State pharmacopeia, Food Chemical Codex และ EU Number E414 รวมทั้งผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศไทย (มูทาดา, 2543) ควบคู่กับสารสกัดจากเปลือกมังคุด ซึ่งล่าสุดมีการนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์กับ ‘มังคุด’ ในบ้านเรา ซึ่งแต่ละปีมีผลผลิตกว่า 3 แสนตัน จำนวนนี้เป็นมังคุดเพื่อการส่งออกถึง 70% และขายในประเทศอีก 30% และเมื่อรับประทานเสร็จแล้วเปลือกจะถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้นจึงควรมีการนำมังคุดไปใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยจากการศึกษามีรายงานว่าในส่วนของเปลือกมังคุดมีสารสําคัญที่สามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรกันอย่างแพร่หลาย เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติใช้เป็นยา ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสำคัญจากการสกัดเปลือกผลมังคุด ได้แก่ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ อนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น (สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร, 2452) การใช้สารสกัดจากเปลือกมังคุดจะเป็นการนำของที่เป็นขยะเหลือใช้ที่ไม่มีราคาให้มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้นในการเลือกใช้เป็นสารสกัดที่ใช้ร่วมกับสารเคลือบเพื่อช่วยในการเก็บรักษามะม่วงหลักการเก็บเกี่ยวได้

1. เป็นแนวทางในการนำสารเคลือบกัมอารบิกร่วมกับสารสกัดจากเปลือกมังคุดในระหว่างการเก็บรักษามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองและผลไม้ชนิดอื่นที่อุณหภูมิห้อง 2. เป็นแบบอย่างการทดลอง ซึ่งเป็นประโยชน์ให้แก่ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย อาจารย์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไป สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวต่อไป