KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย

รายละเอียด

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี สาขาการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน ภาควิชาครุศาสตร์สถาปัตยกรรมและการออกแบบ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 20 คน ปีการศึกษา 2567 เพื่อเป็นสื่อสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองและเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น โดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ จะมีเนื้อหาการเรียนรู้ เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย แบบฝึกทักษะการเรียนรู้และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อีกทั้งยังมีการโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับบทเรียนได้ด้วยตนเอง เพื่อทำให้ผู้เรียนมีความสนใจบทเรียนมากยิ่งขึ้น โดยมีสมมุติฐานการวิจัยว่า บทเรียนนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา การออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน 1 เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 ไม่ต่ำกว่า 80/80 เนื่องจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัยเน้นการพัฒนาทางด้านความรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา การออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน 1 เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัย พบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ วิชา การออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน 1 เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 71.50/89.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของผู้เรียนสูงกว่าก่อนเรียน

วัตถุประสงค์

ในปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งด้านการศึกษาที่จะนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนามนุษย์ให้มีการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ 21st Century Skill และเนื่องจาก ‘ทักษะ’ ไม่ได้เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นมาได้โดยง่ายเพียงแค่การนั่งฟังครูหรืออาจารย์สอนแบบบรรยายภายในห้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การฝึกฝน ลงมือปฏิบัติและการค้นคว้าหาความรู้เพื่อทบทวนบทเรียนถือเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้มนุษย์มีทักษะเพิ่มมากขึ้น การรับเปลี่ยนรูปแบบของสื่อการสอนจากรูปแบบเดิมที่เน้นการบรรยายเนื้อหาเป็นหลักจึงถูกพัฒนาเป็นสื่อการสอนรูปบแบบดิจิตอล ซึ่งสื่อดิจิตอลนี้จำเป็นต้องประกอบด้วยบทบาทของครูผู้สอนและรูปแบบของการเรียนรู้ในห้องเรียนเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาความรู้ไปสู่ตัวผู้เรียนได้ง่ายและรวดเร็ว บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สามารถนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ กราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง ฯ เป็นโปรแกรมเพื่อการจัดการเรียนการสอนโดยให้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเนื้อหาความรู้ไปสู่ผู้เรียน ความสำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้นเน้นการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ดึงดูดความสนใจของผู้เรียนด้วยเทคนิคการนำเสนอด้วยกราฟฟิกต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว สามารถให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบกับบทเรียนและได้รับแรงเสริมจากการได้รับข้อมูลย้อนกลับในทันที ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจของตนเอง อีกทั้งยังเป็นตัวส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในตนเอง ควบคุมการเรียน แก้ไขปัญหาและฝึกคิดอย่างมีเหตุผล รายวิชาการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน 1 รหัสวิชา 03456106 ภาคเรียนที่ 2 สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีสาขาการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน ภาควิชาครุศาสตร์สถาปัตยกรรมและการออกแบบ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลดกระบัง เป็นเรื่องของการออกแบบบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านพักอาศัยนั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยทั้ง 4 ในการดำรง ชีพ หนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญของบ้านพักอาศัยคือห้องครัว ซึ่งห้องครัวถือเป็นส่วนสำคัญถัดจากห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร การออกแบบห้องครัวจึงมีความจำเป็นอย่างมากเพื่อออกแบบให้ ตอบสนองต่อพฤติกรรมและความต้องการของมนุษย์ให้ได้มากที่สุดโดยคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งการที่ผู้เรียนจะสามารถออกแบบได้มีความจำเป็นต้องเข้าใจถึงหลักการและทฤษฎีในการออกแบบห้องครัวอย่างละเอียด จากเหตุผลข้างต้นผู้วิจัยจึงได้คิดวิธีการที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจ ในเนื้อหาให้ได้เร็วและง่ายที่สุด โดยการจัดทำรูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชา การออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน 1 เรื่อง การออกแบบห้องครัวภายในบ้านพักอาศัย เพื่อผู้เรียนสามารถเรียนรู้โต้ตอบทบทวนบทเรียน สามารถประเมินผลการเรียนจากบทเรียนได้ด้วยตนเอง สามรถควบคุมเวลาในการเรียนของตนเองได้ และสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากในห้องเรียนได้อีกด้วย ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นวัตกรรมอื่น ๆ

การหมักร่วมกันของ lactic acid bacteria และ Saccharomyces cerevisiae เพื่อผลิตเบียร์เปรี้ยว

คณะอุตสาหกรรมอาหาร

การหมักร่วมกันของ lactic acid bacteria และ Saccharomyces cerevisiae เพื่อผลิตเบียร์เปรี้ยว

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการหมักร่วม (Co-fermentation) ระหว่างแบคทีเรียกรดแลคติก (Lactic Acid Bacteria, LAB) และยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ในการผลิตเบียร์เปรี้ยว (Sour Beer) โดยมุ่งเน้นผลกระทบของการหมักร่วมต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ค่า pH ปริมาณกรดอินทรีย์ ปริมาณน้ำตาล และคุณลักษณะทางประสาทสัมผัส ในการทดลอง ใช้แบคทีเรียกรดแลคติกสายพันธุ์ที่คัดเลือก และยีสต์ S. cerevisiae ในสภาวะการหมักที่ควบคุม อัตราส่วนของจุลินทรีย์ถูกปรับให้เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและการสร้างสารสำคัญ ผลการทดลองพบว่า การหมักร่วมสามารถลดค่า pH ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการหมักด้วยยีสต์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของกรดแลคติกเนื่องจากการใช้น้ำตาลของเชื้อLAB ซึ่งส่งผลต่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเบียร์เปรี้ยว

ศูนย์กลางการเก็บข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต : การพัฒนาเว็ปแอปพริเคชันสำหรับการเบิกจ่ายเครื่องมือ

คณะวิทยาศาสตร์

ศูนย์กลางการเก็บข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต : การพัฒนาเว็ปแอปพริเคชันสำหรับการเบิกจ่ายเครื่องมือ

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันสำหรับการเบิกจ่ายเครื่องมือ เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการใช้งานโปรแกรม Excel ซึ่งไฟล์ตัวแรกนั้นคัดลอกมาจาก SQL ที่มีอยู่แล้ว และคัดลอกต่อๆกันมา ส่งผลให้ต้องใช้พื้นจำนวนมากและไฟล์ Excel นั้นไม่สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ จึงต้องพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อม SQL โดยตรงเพื่อลดปัญหาที่เกิดจะการใช้ไฟล์ Excel

การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตในโรงงานผลิตน้ำตาลจากอ้อย

คณะวิทยาศาสตร์

การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตในโรงงานผลิตน้ำตาลจากอ้อย

การผลิตน้ำตาลจากอ้อยเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและต้องการการควบคุมที่แม่นยำ หนึ่งในปัญหาสำคัญคือการสูญเสียน้ำตาล ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ “การเผาอ้อย” ก่อนนำเข้าหีบ ที่ลดคุณภาพอ้อยและประสิทธิภาพการสกัดน้ำตาล รวมถึง ประสิทธิภาพเครื่องจักรและคุณสมบัติของอ้อย ที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลที่ได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสูญเสียน้ำตาลในกระบวนการผลิตน้ำตาลจากอ้อย โดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณจากโรงงานน้ำตาล ครอบคลุม 9 ตัวแปร ได้แก่ ประสิทธิภาพเครื่องจักร (Mechanical efficiency), จำนวนชั่วโมงหยุดเครื่องจักรในหนึ่งวัน (Stoppage), จำนวนชั่วโมงหยุดรออ้อยในหนึ่งวัน (Due to Cane), ปริมาณทรายในน้ำอ้อย (Sand), ประสิทธิภาพการหีบสกัดอ้อย (Pol Extraction), ประสิทธิภาพเวลาการทำงานโดยรวม (Overall Time), ค่าความบริสุทธิ์ของน้ำอ้อย (Purity), ค่าปริมาณน้ำตาลในอ้อย (C.C.S.), และปริมาณอ้อยไฟไหม้ (Burn Cane) โดยจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และแบบจำลองการถดถอย (Regression Model) เพื่อพยากรณ์การสูญเสียน้ำตาล ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพเครื่องจักร, ค่าปริมาณน้ำตาลในอ้อย และปริมาณทรายหรือสิ่งปนเปื้อนในน้ำอ้อย มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับการสูญเสียน้ำตาล โดยประสิทธิภาพเครื่องจักร มีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณอ้อยเข้าหีบ ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำตาล ขณะที่ อ้อยไฟไหม้หรืออ้อยที่ถูกเผาก่อนการเก็บเกี่ยว ส่งผลให้การสกัดน้ำตาลลดลงและกระทบต่อคุณภาพน้ำตาล ดังนั้น การลดการสูญเสียน้ำตาลในกระบวนการผลิตสามารถทำได้โดย การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร, ลดสิ่งปนเปื้อนในน้ำอ้อย และจัดการอ้อยไฟไหม้ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลให้สูงขึ้นได้ในอนาคต