

เจ้าของนวัตกรรม
ธนาภรณ์ มาศวรรณา
อาจารย์ที่ปรึกษา
Details
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเจลแต้มสิวจากสารสกัดผักแขยงขาวบริสุทธิ์บางส่วน ประเมินประสิทธิภาพต้านแบคทีเรีย ความคงตัว และความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยสกัดผักแขยงขาวด้วยเอทานอล 99.9% v/v ทำบริสุทธิ์บางส่วนด้วยคอลัมน์ Ion Exchange Resin แล้วนำมาเตรียมเจลฐาน Carbopol 940 ที่ความเข้มข้นสารสกัดต่าง ๆ ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดมีประสิทธิภาพในการยับยั้งและฆ่าเชื้อ Cutibacterium acnes (MIC/MBC = 14.26 µg/mL) ซึ่งดีกว่าสารสกัดใบบัวบก 2 เท่า และเทียบเท่าเปลือกมังคุด เมื่อทดสอบในสูตรตำรับ พบว่า เจลแต้มสิวผักแขยง สามารถยับยั้งเชื้อ C. acnes ได้อย่างจำเพาะ โดยไม่ทำลายเชื้อประจำถิ่น Staphylococcus epidermidis การประเมินความคงตัวสภาวะเร่ง (40 °C และ 50 °C นาน 3 เดือน) พบว่าเจลแต้มสิวผักแขยงขาวมีความคงตัวดีเยี่ยม ไม่แยกชั้น ไม่ตกตะกอน ค่า pH คงที่ (5.9–6.1) และพยากรณ์อายุการเก็บรักษาได้ 1 ปี ด้านความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน FDA BAM (2024), ISO 22717:2015, ISO 22718: 2015, USP 46/NF41:2023 และ USP 44 ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์ HaCaT (IC50 > 1000 µg/mL) และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในอาสาสมัคร 30 คน (Mean Irritation Index = 0.00) สรุปได้ว่า เจลแต้มสิวผักแขยงขาวมีความสมดุลทั้งประสิทธิภาพ ความคงตัว และความปลอดภัย ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน และน้ำหอม พร้อมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง


Objective
1. เพื่อพัฒนาตำรับเจลแต้มสิวจากสารสกัดบริสุทธิ์บางส่วนผักแขยงในรูปแบบหลอดบรรจุพร้อมใช้ 2. เพื่อประเมินประสิทธิภาพการต้านเชื้อแบคทีเรีย 3. เพื่อศึกษาความเสถียรของผลิตภัณฑ์เจลแต้มสิวผักแขยง
ในปัจจุบันปัญหาสิว (Acne Vulgaris) ถือเป็นภาวะผิดปกติทางผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน สาเหตุการเกิดมีความซับซ้อนจากการปัจจัยหลายด้าน ทั้งการอุดตันของต่อมไขมัน การอักเสบของผิวหนัง และที่สำคัญคือการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes และ Staphylococcus epidermidis แม้ว่าแนวทางการรักษาในปัจจุบันจะมีการใช้ยาทากลุ่มเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) หรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นหลัก แต่การใช้สารเคมีเหล่านี้เป็นเวลานานมักนำไปสู่ "วิกฤตการณ์ดื้อยาปฏิชีวนะ" และก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ผิวแห้งลอก หรือผลข้างเคียงอื่น ๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Clean Beauty) มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาที่ยั่งยืนและปลอดภัย ผักแขยงขาว (Limnophila aromatica) เป็นพืชน้ำล้มลุกที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีประวัติการใช้เป็นทั้งเครื่องเทศและสมุนไพรพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน จากการศึกษาพฤกษเคมีพบว่าผักแขยงขาวมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่โดดเด่นมากกว่า 54 ชนิด โดยเฉพาะกลุ่มฟลาโวนอยด์ชนิดพิเศษ (8-oxygenated flavonoids) และกรดฟีนอลิกหลายชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนศักยภาพของผักแขยงขาว แต่ยังไม่พบการนำสารสกัดชนิดนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางรักษาสิวในรูปแบบเจลแต้มสิวโดยตรง โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการนำเทคนิคการสกัดและทำบริสุทธิ์สารสำคัญบางส่วน (Partition Purification) เพื่อยกระดับสมุนไพรท้องถิ่นและผักพื้นบ้าน สู่ “นวัตกรรมเจลแต้มสิวผักแขยง” ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อก่อสิวผ่านมาตรฐานการทดสอบสากล พร้อมสำหรับการต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรท้องถิ่นของไทยอย่างยั่งยืน
• เชิงพาณิชย์และการคุ้มครองสิทธิ (Commercialization & IP) ผลงานผ่านการพัฒนาและทดสอบในระดับต้นแบบ (Prototype) ที่สมบูรณ์ โดยประเมินความพร้อมทางเทคโนโลยีอยู่ที่ระดับ TRL 6 พร้อมสำหรับการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม • การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ผลงานนวัตกรรมนี้ได้รับการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เลขที่คำขอ: 2603000038) เพื่อคุ้มครองสิทธิในสูตรตำรับและกรรมวิธีการผลิต ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลงานวิจัยและพร้อมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) สู่ภาคอุตสาหกรรมในเชิงพาณิชย์ต่อไป • เชิงสังคมและชุมชน (Social & Community) สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG Model) โดยการรับซื้อผักแขยงขาวจากชุมชนภาคอีสาน นำมาสกัดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มมูลค่าจาก "ผักพื้นบ้าน" สู่ "สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง" (Active Ingredient) • เชิงวิชาการและสิ่งแวดล้อม (Sustainability) เป็นต้นแบบการพัฒนายาจากธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะ (AMR) และใช้กระบวนการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


